Website Banner

 กัมพูชา 
เมืองแห่งนครวัด  นครธม

กัมพูชา  เป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อวันที่   30  เมษายน  พ.ศ.2542
 
 
ธงชาติกัมพูชา
       มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ผืนธงแบ่งตามแนวยาวเป็น   3 ริ้ว โดยริ้วกลางนั้นเป็นพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน มีรูปปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาว       อยู่ตรงกลาง ริ้วที่อยู่ด้านนอกทั้งสองด้านนั้นกว้างริ้วละ 1 ส่วน พื้นสีน้ำเงิน
        ความหมายของสัญลักษณ์ในธงนั้นสะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศ ดังปรากฏ  ในคำขวัญประจำชาติว่า "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"
        พื้นสีแดงมีความหมายถึงชาติ ปราสาทนครวัดสีขาวหมายถึงสันติภาพและศาสนา       ซึ่งเดิมมีรากเหง้าจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นพระพุทธศาสนา      ในปัจจุบัน สีน้ำเงินนั้นหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
ชื่อทางการ
:
ราชอาณาจักรกัมพูชา
พื้นที่
:
181,035  ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง 
:
กรุงพนมเปญ
ดินแดน
:
มีพรมแดนทางทิศใต้จรดกับอ่าวไทย ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย ทางทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทางทิศตะวันออกติดกับเวียดนาม
รูปแบบการปกครอง  
:
ระบอบประชาธิปไตย  มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
สภาพทางเศรษฐกิจ  :
รัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อการกำหนด ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อมุ่งขจัดความยากจนยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดย เฉพาะในพื้นที่ชนบทให้ดีขึ้น

ในปี พ.ศ.
2552 กัมพูชามีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ร้อยละ -1.5 ซึ่งมีสาเหตุจากภัยแล้งและอุทกภัย ส่งผลกระทบต่อผลผลิตด้านการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลักของประชากรร้อยละ 70 ของประเทศ รวมถึงการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป สิ่งทอ รองเท้า ที่ลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของกัมพูชา นอกจากนี้ จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก ส่งผลให้การพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ชะลอตัวลง และบางโครงการถอนการลงทุน

กัมพูชามีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 11.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีประมาณ 635 เหรียญสหรัฐฯ โดยรายได้หลักของกัมพูชามาจากภาคเกษตรกรรม ร้อยละ 32.5 ได้แก่ การกสิกรรม การประมง ปศุสัตว์ และป่าไม้ ซึ่งสินค้าเกษตรที่ส่งออก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์ปลา และยางพารา รองลงมา ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง สัตว์มีชีวิต ผลไม้ และปลา เป็นต้น ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 22.4 ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมส่งออก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และภาคบริการร้อยละ 45.1 รายได้ที่สำคัญของภาคบริการ ได้แก่ รายได้จากนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ 
สภาพทางสังคม  :
จากการที่พุทธศาสนาเป็นศาสนาหลัก ทำให้ประเพณีปฏิบัติต่างๆ ของประชาชนชาวกัมพูชาจะสอดคล้องใกล้เคียงกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยผู้สูงอายุจะเข้าวัดฟังธรรม เมื่อมีงานบุญตามประเพณี ประชาชนหนุ่มสาวและเด็กจะร่วมแรงช่วยเหลือจัดการงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ จะมีงานบุญประเพณีที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามจันทรคติเช่นเดียวประเทศไทย เป็นวันหยุดราชการ ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันปีใหม่เขมร ( Khmer New Year ) วันวิสาบูชา วันสาร์ทเขมรซึ่งตรงกับ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (เรียกว่างานวันปรอจุมเบณ , Pchum Ben day) และงานวันลอยกระทง ( Water Festival ) เรียกว่างานบุญอมตุก หรืองานแข่งเรือ

หากจะกล่าวโดยภาพรวมแล้ว ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมและประเพณีของกัมพูชาและไทยจะใกล้เคียงกันในทุกเรื่อง รวมทั้งภาษา ถ้อยคำ พยัญชนะ สระ ตัวอักษร คำศัพท์ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้ถูกหยิบยืมแลกเปลี่ยนใช้สืบเนื่องกันมาและตกค้างในแต่ละ ฝ่ายจำนวนหนึ่ง
สัญลักษณ์
:
ปราสาทนครวัด นครธม มียอดปรางค์  5  ยอด ปราสาทบันทายเสรี  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
 
 
ตราแผ่นดินของกัมพูชา
ชาติพันธุ์  
:
ชนชาติขอม
เงินตรา
:
เรียล  100 เรียล มีค่าประมาณ  1 บาท  
 
 
เงินสกุลเรียล
ภาษา
:
เขมรเป็นภาษาราชการ   ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป  ได้แก่  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  เวียดนาม  จีน  ไทย
ศาสนา
:
พุทธ ( นิกายเถรวาท)   อิสลาม     คริสต์
การแต่งกาย
:
หญิง นิยมนุ่งผ้าถุงสีดำ เนื้อ มัน คาดเข็มขัด ใส่เสื้อ สี งานพิธีนุ่งผ้ายก พวกในวังมักนุ่งผ้าโจงกระเบน ไว้ผมตัด ทานหมากจนฟันดำ
ผู้ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื้อ คอปิด ขัดกระดุมห้าเม็ด
อาหาร
:
อาม๊อก เป็นอาหารคาวยอดนิยมของกัมพูชา มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยเป็นการนำเนื้อปลาสด ๆ ลวกพริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง ซึ่งนอกจากจะใช้เนื้อปลาแล้ว อาจเลือกใช้เนื้อไก่แทนก็ได้ ส่วนสาเหตุที่คนในประเทศกัมพูชานิยมรับประทานปลา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของกัมพูชามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์    ทำให้ปลาเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย
 
 
อาม๊อก
ดอกไม้
ประจำชาติ
 
ดอกลำดวน
 
 
ดอกลำดวน
ทรัพยากร
:
ป่าไม้   ปลาน้ำจืดในทะเลสาบเขมร   อัญมณี    เหล็ก   ถ่านหิน  แมงกานิส
 
 
นครวัด 
ข้อควรรู้
 
:
- ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถขอตรวจลงตราเข้ากัมพูชาได้จากสถานเอกอัคร ราชทูตกัมพูชาในไทย โดยเสียค่าธรรมเนียม1,000 บาท หรือขอตรวจลงตรานักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่านได้เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ โดยกรอกแบบฟอร์ม Visa on Arrival พร้อมยื่นรูปถ่ายและค่าธรรมเนียม 20 ดอลลาร์สหรัฐ
- ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทำธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้องกันโรคไทฟอยด์ และไวรัสเอและบี และกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน

ภาษากัมพูชาวันละคำ
 
 
สวัสดี         ซัวสเด
ขอบคุณ      ออกุนเจริญ
ขอโทษ       ขยมโซ้มโต๊ก
กรุณา        ซม
ลาก่อน       เรียนซันเฮย
 
 
Current Pageid = 179